วันอาทิตย์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

แปดกรกฏ...!!

วันที่ 8 กรกรฎาคม  2498  เป็นวันสถาปนาของมหาวิทยาลัยบูรพา


            โดยได้มีพิธีเปิดป้ายนาม "วิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน" และวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการ โดยมี ฯพณฯ พลเอก มังกร พรหมโยธี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประธานสภาวิทยาลัยวิชาการศึกษาเป็นประธานในพิธี ท่านได้กล่าวสุนทรพจน์ ไว้ตอนหนึ่งว่าดังนี้
             "...ในส่วนนิสิต 41 คนนั้นข้าพเจ้าขอให้ท่านได้ระลึกว่าท่านเป็นนิสิตรุ่นแรกของวิทยาลัยแห่ง ใหม่ที่สุดท่านจะต้องสร้างขนบประเพณีอันดี ต้องสร้างเกียรตินิยมไว้ให้เป็นแบบอย่างแก่นิสิตวันต่อไป ซึ่งจะเป็นประหนึ่ง น้อง ลูก หลาน เหลน ของท่านในอนาคต ท่านจะต้องรัก และ รักษาสถานศึกษาแห่งนี้ข้าพเจ้ามั่นใจว่าจะได้มีโอกาสมามอบปริญญาบัตรอันมี เกียรติให้แก่ท่านจงตั้งใจจริงทำงานจริงเพื่อชื่อเสียงแห่งวิทยาลัย..."
            ในวันเดียวกันนี้เองหม่อมหลวง ปิ่น มาลากุล ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ได้มาร่วมเป็นเกียรติในพิธีดังกล่าวด้วย ท่านได้มอบคำขวัญสำหรับวิทยาลัยวิชาการศึกษา บางแสน ให้ในวันนั้นด้วย ดังนี้


               วันที่แปดกรกฎกำหนดไว้
               ขยายออกท้องถิ่นจินตนา 
               เลือกจำเพราะเหมาะดีที่บางแสน
               วางศิลาฤกษ์ลงตรงชายไพร
               ดังมะพร้าวแผ้วถางสร้างถนน
               เพราะน้ำหอมระรื่นชื่นอุรา 
               ท่านผู้ใดจะใช้ถนนนี้  
               ว่าตนช่วยสร้างวิทยาลัย 
เป็นวันวิทยาลัยการศึกษา
ให้อุดมศึกษาแก่ชาวไทย 
ต้องวางแผนกะการเป็นงานใหญ่
เพื่อจะได้ตึกงานอร่ามตา 
แต่ละต้นเสียดายเป็นหนักหนา
แต่เพื่อการศึกษาก็จำใจ
ทุกทิวาน่าที่จะครวญใคร่
ให้ชื่อหอมแทนได้หรือไม่เอย



               และในวันที่แปดกรกฏของทุกปี   ชาว ม.บูรพา  บรรดาเฟรชชี่ เพื่อนผู้มาใหม่ จะเข้าร่วมประเพณีวิ่งเขาสามมุก  กิจกรรมอันถือเป็นการสิ้นสุดของช่วงฤดูกาลรับน้อง ที่ยาวนานกว่าหนึ่งเดือน   โดยที่แต่ละคณะจะนัดนิสิตในคณะของตนให้มาขึ้นรถประมาณตีสี่  และพาไปยังจุด Strat  ที่เขาสามมุก  เพื่อที่จะวิ่งลงมาถึงที่มหาวิทยาลัย   การวิ่งนี้เป็นการวิ่งเพื่อรำลึกนึกถึงท่านพลเอก มังกร พรหมโยธี  ผู้สถาปนามหาวิทยาลัยบูรพานี้ขึ้น 



              โดยเส้นทางก็จะวิ่งลงมาจากเขาสามุก  ผ่านแหลมแท่น  มาที่ทะเลบางแสน  วิ่งเลาะมาบนถนนที่หาดบางแสนเจอวงเวียนตรงบางแสน  วิ่งต่อมาทางถนนหน้ามอ  แล้วข้ามเข้ามอ  มาเหยียบ  A  กัน!!!


              วันนั้นเพื่อนๆเป็นอย่างไรกันบ้างคะ  ตัวอ้อมเองแทบแย่แน่ะค่ะ  ไม่ใช่ว่าวิ่งไม่ไหวนะคะ  แต่พอดีคืนวันที่ 7 นะค่ะ  ท้องเสียทั้งคืนเลยบวกกับตื่นเต้นนอนไม่หลับด้วย  ก็เลยไม่มีค่อยมีแรงวิ่ง  แต่ก็วิ่งมาจนสำเร็จนะคะ  ^^   และก็ได้เหยียบ  A  ตามความเชื่อที่ว่า  ถ้าใครได้เหยียบ  A  บนพื้นในตอนที่วิ่งประเพณีวิ่งเขาสามมุกก็จะเรียนแล้วได้  A  สนุกมากๆเลยค่ะ  วันนั้นเอกสังคมของฉันก็ดูเหมือนจะสร้างสีสันให้กับการวิ่งประเพณีนี้ไม่น้อย  ก็คือ  เอกของฉันจะมีสัญลักษณ์เอกอยู่ด้วยกัน  3  อย่าง  ก็คือ  ตาลปัตร  ยาม  และสายสิญจน์   ซึ่งวันนั้นพวกเราก็จะวิ่งกันเป็นกลุ่ม  และชูสัญลักษณ์เอกไปด้วย  พร้อมกับจะมีเพื่อนคนนึงตะโกนถามว่า  “เอ็งเป็นใคร”  พวกเราก็จะตอบพร้อมๆกันว่า  “ครูสังคม”  ซึ่งมันก็สนุกมากๆเลยล่ะ  ส่วนคณะอื่นๆ  แปดกรกฏนี้  การวิ่งตอนเช้าข้างเส้นทางเป็นทะเล  ลมพัดเย็น  วิ่งไปพร้อมๆกับเพื่อนๆ พี่ๆ  ฉันว่าเป็นสิ่งที่ดีเอามากๆเลยล่ะ   แล้วเพื่อนล่ะคะรู้สึกแบบเดียวกันรึเปล่าคะ  ส่วนฉันฉันจะเก็บเป็นความทรงจำที่ดีและจะไม่เลยว่า  ครั้งหนึ่งกับการเป็นนิสิตม.บูรพา  แล้วมีโอกาสได้ไปวิ่งประเพณีวิ่งเขาสามมุกพร้อมกับเพื่อนๆที่รักของฉันเอกอื่นๆ เขาก็มีของเขา  ฉันมองว่ามันเป็นอะไรที่สนุกมาก  ทุกคนดูมีความสุขกับวันที่


            
       
             
          
           
            
   
     

วันพุธที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

Liverpool


ตำนานหงส์แดง






ชื่อเต็ม  :  Liverpool Football Club

ฉายา  :  The Reds

ก่อตั้งเมื่อ  :   15  มีนาคม  พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892)

สนามกีฬา  :  แอนฟิลด์




ผู้จัดการ  :  เคนนี ดัลกลิช

สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล


สโมสรฟุตบอลลิเวอร์พูล (อังกฤษ: Liverpool Football Club) เป็นหนึ่งในสโมสรที่ประสบความสำเร็จสูงสุดทีมหนึ่งในฟุตบอลอังกฤษ ลิเวอร์พูลครองแชมป์ดิวิชั่น 1 ถึง 18 ครั้ง ครองแชมป์ยูโรเปียนคัพ 5 ครั้ง ก่อตั้งใน วันที่ 15 มีนาคม ปี พ.ศ. 2435 (ค.ศ. 1892) ลิเวอร์พูลเป็นสโมสรหนึ่งในกลุ่มจี-14 มีฉายาในภาษาไทยว่า "หงส์แดง" พร้อมด้วยคำขวัญ "You'll Never Walk Alone"
สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2435 และก้าวขึ้นมาเป็นสโมสรแนวหน้าของอังกฤษอย่างรวดเร็วจนประสบความสำเร็จเป็นแชมป์ลีกสูงสุดชองประเทศครั้งแรกในปี พ.ศ. 2444 (ฤดูกาล 1900/01) และครั้งที่สองในปี พ.ศ. 2449 (ฤดูกาล 1905/06) ครั้งที่ 3 และ 4 เป็นแชมป์สองฤดูกาลติดใน พ.ศ. 2465 กับ พ.ศ. 2466 (ฤดูกาล 1921/22 กับ 1922/23) แชมป์ลีกสูงสุดครั้งที่ 5 คือปี พ.ศ. 2490 (ฤดูกาล 1946/47) อย่างไรก็ตามลิเวอร์พูลพบกับช่วงตกต่ำต้องไปเล่นในในดิวิชัน 2 ใน พ.ศ. 2497 (ฤดูกาล 1953/54) ภายหลังจึงได้เกิดการเปลี่ยนแปลงในสโมสรในปี พ.ศ. 2502 สโมสรได้แต่งตั้ง บิลล์ แชงก์คลี เป็นผู้จัดการทีม เขาได้เปลี่ยนแปลงทีมไปอย่างมาก จนประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นในปี พ.ศ. 2505 (ฤดูกาล 1961/62) และได้แชมป์ลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้งใน พ.ศ. 2507 (ฤดูกาล 1963/64) หลังจากรอคอยมานานถึง 17 ปี บิล แชงก์ลี คว้าแชมป์เอฟเอคัพเป็นถ้วยแรกของสโมสรลิเวอร์พูลในปี พ.ศ. 2508 (ฤดูกาล 1964/65)และคว้าแชมป์ดิวิชั้น1 อีกครั้งในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2509 (ฤดูกาล 1965/66) ความสำเร็จของแชงก์ลียังเดินหน้าต่อไป เมื่อลิเวอร์พูลคว้าแชมป์ยูฟ่าคัพ พร้อมแชมป์ดิวิชั่น 1 ใน พ.ศ. 2516 (ฤดูกาล 1972/73) และเอฟเอคัพ อีกครั้งใน พ.ศ. 2517 (ฤดูกาล 1973/74) หลังจากนั้นบิลล์ แชงก์คลีขอวางมือจากสโมสร โดยให้ผู้ช่วยของเขาสืบทอดตำแหน่ง ผู้จัดการทีมแทน นั่นคือ บ็อบ เพสส์ลี่
สโมสรต้องประสบกับความซบเซาในช่วงหนึ่งหลังจากได้แชมป์ลีกสูงสุดในปี พ.ศ. 2533 คือได้เพียงเอฟเอคัพ 1 ใบ ปี พ.ศ. 2535 กับลีกคัพ 1ใบในปี พ.ศ. 2538 แต่ก็ฟื้นฟูขึ้นมาได้เมื่อพวกเขาสามารถคว้าแชมป์บอลถ้วยทั้งในระดับประเทศและระดับทวีปถึง 3 แชมป์ (คาร์ลิ่ง ลีกคัพ,เอฟเอคัพ รวมทั้งยูฟ่าคัพ) ได้ในปี พ.ศ. 2544 (ฤดูกาล 2000/01) ในปี 2544 นี้ลิเวอร์พูลยังคว้าถ้วยยูฟ่าซูเปอร์คัพที่เอาชนะบาเยิร์น มิวนิค แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกในปีนั้น รวมทั้งเอาชนะแมนฯยูฯคู่ปรับตัวฉกาจในถ้วยแชริตี้ชิลด์ก่อนเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกเป็นปีที่หอมหวานปีหนึ่งของกองเชียร์ลิเวอร์พูล นักเตะสำคัญยุคนั้นได้แก่ ไมเคิล โอเวน, เอมิล เฮสกี้, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ซามี ฮูเปีย และ ยอร์น อาร์เน่ รีเซ่ เป็นต้น ทีมชุดนี้ผู้จัดการทีมคือ เชร์รา อุลลิเย่ ชาวฝรั่งเศส ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันส่งท้ายของอุลลิเย่คือ การนำทีมลิเวอร์พูลชนะแมนฯยูฯ 2-0 ในนัดชิงฟุตบอลลีกคัพ พ.ศ. 2546 (ฤดูกาล 2002/03) แชมป์ที่ยิ่งใหญ่อีกครั้งของลิเวอร์พูลคือปี 2548 ชนะในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกเป็นครั้งที่ 5 ของสโมสร ซึ่งเป็นการแข่งขันที่ตื่นตาตื่นใจครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์บอลยุโรป เมื่อลิเวอร์พูลไล่ตีเสนอทีมเอซี มิลาน เป็น 3 -3 ทั้งที่โดนยิงนำไปก่อนถึง 3 -0 และในที่สุดคว้าแชมป์มาได้จากการยิงจุดโทษชนะ 3-2 เป็นทีมจากอังกฤษที่ครองถ้วยยูโรเปียนคัพ (ปัจจุบันคือ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก) มากครั้งที่สุดถึง 5 สมัย ผู้เล่นที่สำคัญในยุคนั้น อาทิ สตีเว่น เจอร์ราร์ด, ชาบี อาลอนโซ, ดีทมา ฮามันน์, วลาดิเมียร์ ซมิเซอร์, เจอร์ซี่ ดูเด็ค และ เจมี คาร์ราเกอร์ คุมทัพโดย ผู้จัดการทีมสัญชาติสเปน ราฟาเอล เบนิเตซ ในฤดูกาลต่อมา พ.ศ. 2549 (ฤดูกาล 2005/06) ลิเวอร์พูลของเบนิเตซทำให้แฟนบอลต้องลุ้นอีกครั้ง ในนัดชิงเอฟเอคัพ เมื่อต้องอาศัยลูกยิงมหัศจรรย์ของ สตีเว่น เจอร์ราร์ดในช่วงทดเวลาบาดเจ็บตีเสมอทีมเวสต์แฮม ยูไนเต็ดคู่ชิงแชมป์ในปีนั้นทำให้เสมอกันที่ 3-3 ต้องตัดสินแชมป์ด้วยการยิงจุดโทษอีกครั้ง และลิเวอร์พูลก็สามารถชนะไปได้ 3-1 เป็นแชมป์สำคัญรายการล่าสุดที่ลิเวอร์พูลทำได้ แต่รายการที่แฟนบอลต้องการมากที่สุดคือแชมป์ลีกของประเทศ หรือพรีเมียร์ลีกในปัจจุบัน ซึ่งปีล่าสุดที่ลิเวอร์พูลคว้ามาได้คือ พ.ศ. 2533 (ฤดูกาล 1989/90) จากการคุมทีมของเคนนี ดัลกลิช ซึ่งต่อมาภายหลังดัลกลิสสามารถนำแบล็คเบิร์น โรเวอร์สคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ในปี พ.ศ. 2538 (ฤดูกาล 1994/95)
   ประวัติสโมสร

                    จอห์น โฮลดิ้ง นักธุรกิจชาวเมืองลิเวอร์พูลได้เช่าพื้นที่บริเวณ แอนฟิลด์ โรด เพื่อใช้สร้างสนามฟุตบอล และเมื่อสร้างเสร็จได้ให้สโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน เช่าเป็นสนามแข่ง และเมื่อทีมเอฟเวอร์ตันได้เข้าสู่สมาชิกฟุตบอลลีก จอห์น โฮลดิ้ง พยายามจะเข้าไปบริหารงานในทีมเอฟเวอร์ตันและได้เพิ่มค่าเช่าสนามที่ทีมได้เช่าอยู่ ฝ่ายกลุ่มบริหารของเอฟเวอร์ตันจึงยกเลิกสัญญาเช่าสนาม และทีมเอฟเวอร์ตันได้ย้ายสนามไปอีกฝากของสวนสาธารณะ สแตนลี่ย์พาร์ค เพื่อไปสร้างสนามเป็นของตัวเองโดยใช้ชื่อสนามว่า กูดีสันพาร์ก ดังนั้น จอห์น โฮลดิ้ง จึงต้องการสร้างทีมฟุตบอลขึ้นมา และ จอห์น โฮลดิ้ง จึงไปชวนเพื่อนสนิทของเขาชื่อ จอห์น แมคเคนน่า มาทำหน้าที่ประธานสโมสรและได้ตั้งชื่อทีมฟุตบอลนี้ว่า Liverpool Football Club
\
                                                                                             สนามแอนฟิลด์
                  หลังจากที่สโมสรลิเวอร์พูลก่อตั้งได้ไม่นาน ได้จัดการแข่งขัดนัดอุ่นเครื่อง ซึ่งเป็นการลงสนามนัดแรกของทีมลิเวอร์พูลกับทีมร็อตเตอร์แฮม ซึ่งผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมลิเวอร์พูลชนะไปด้วยผลการแข่งขัน 7-1 และลิเวอร์พูล ได้ลงแข่งขันฟุตบอลลีกของแคว้น แลงคาเชียร์ ปรากฏว่าลิเวอร์พูลลงแข่งทั้งหมด 22 นัด ชนะ 17 นัด และได้แชมป์ไปครอง ส่งผลให้ทางสโมสรสามารถสมัครเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกซึ่งได้รับการยอมรับและถูกคัดเลือกให้ลงเล่นในดีวิชั่น 2 ในฤดูกาล 1893-1894 สโมสรจึงได้เลือกสัญลักษณ์ของทีมเป็น นกลิเวอร์เบิร์ด (Liverbird) ซึ่งเป็นนกแถบทะเลไอริช บริเวณแม่น้ำเมอร์ซี่ย์ โดยที่ปากนกคาบใบไม้ไว้ ทีมลิเวอร์พูลได้ลงทำการแข่งขันอย่างเป็นทางในฟุตบอลลีก ดิวิชั่น 2 ในวันที่ 2 กันยายน ค.ศ. 1893 โดยทีมลิเวอร์พูลออกไปเยือนทีมมิดเดิลสโบรซ์ ไอโรโนโปลิส และทีมลิเวอร์พูลสามารถได้แชมป์มาครองโดยที่ไม่แพ้ทีมใดเลยตลอดทั้งฤดูกาล (ทั้งหมด 28 นัด) แต่การคว้าแชมป์ลีกดิวิชั่น 2 ในตอนนั้นยังไม่ได้เลื่อนชั้นโดยทันที ต้องไปแข่งนัดชิงดำกับทีมอันดับสองก่อน โดยทีมอันดับสองในขณะนั้นคือ ทีมนิวตัน ฮีธ (ทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในปัจจุบัน) และลงแข่งขันที่สนามของทีมแบล็คเบิร์น ซึ่งทีมลิเวอร์พูลเอาชนะทีมนิวตัน ฮีธไปด้วยผล 2-0 และได้เลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ในที่สุด
                  สนามปัจจุบันของสโมสรคือ แอนฟิลด์ มีความจุ 45,362 คน ในขณะเดียวกันสนามใหม่กำลังถูกวางแผนก่อสร้างในชื่อ สนามสแตนลีย์พาร์ก ความจุประมาณ 60,000 อยู่ในระหว่างการเจรจาระหว่างเจ้าของและทางเอชเคเอส สำนักงานสถาปนิกอเมริกัน

        

You'll Never Walk Alone




รายชื่อนักเตะทีม ลิเวอร์พูล Liverpool
ประจำฤดูกาล 2010-2011

หมายเลข
ตำแหน่ง
ผู้เล่น
    1
    2
    4
    5
    6
    7
    8
    9
  10
  11
  12
  14
  16
 18
 20


ที่มาของ The Kop

หมายเลข
ตำแหน่ง
ผู้เล่น
21
22
23
เจมี คาร์ราเกอร์ (รองกัปตันทีม)
24
25
26
28
33
34
37
40
99


เดอะ ค็อป เป็นชื่อที่ใช้เรียกตามชื่อของเนินเขาแห่งหนึ่งใน นาทาล ประเทศแอฟริกาใต้ ซึ่งคนท้องถิ่นจะรู้จักกันในนาม สปิออน ค็อป โดยเกิดเหตุการณ์การทำสงครามบัวร์ขึ้นในช่วงปี ค.ศ. 1900 อังกฤษได้ส่งทหารไปกว่า 300 นาย โดยส่วนใหญ่เป็นชาวเมืองลิเวอร์พูล แต่แล้วในสงครามนั้นเกิดเหตุการณ์น่าเศร้าขึ้นคือ อังกฤษได้เสียทหารไปเกินกว่าครึ่ง เพื่อเป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์ในครั้งนั้น นักข่าวกีฬาของหนังสือพิมพ์ลิเวอร์พูลเดลี่โพสต์ ชื่อ เออร์เนสต์ เอ็ดเวิร์ตส์ จึงเสนอชื่อ สปิออน ค็อป ตามชื่อของเนินเขาลูกนั้น เป็นชื่อของอัฒจันทร์หลังประตูในการสร้างสนามใหม่ขึ้นมา เพื่อเป็นเกียรติในความกล้าหาญของทหารอังกฤษทั้ง 300 นาย ซึ่งต่อมาอัฒจันทร์แห่งนี้ได้กลายอัฒจันทร์ที่มีชื่อเสียงที่สุดในโลกของฟุตบอลแห่งหนึ่ง. ในปี ค.ศ. 1928 ได้มีการต่อเติมอัฒจันทร์แห่งนี้ใหม่ และเมื่อใดเมื่อมีการแข่งขันฟุตบอลของทีมลิเวอร์พูลขึ้น คนที่ไปดูการแข่งขันของทีมบนอัฒจันทร์จะเรียกตัวเองว่า เดอะ ค็อป (The Kop) และแล้วจากเหตุการณ์โศกนาฎกรรมที่สนามฮิลส์โบโร่ ในปี ค.ศ. 1989 ซึ่งเกิดการถล่มของอัฒจันทร์ขึ้น ในการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอ คัพ กับ นอร์ทติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตไป 96 คน จึงมีคำสั่งให้ทุกสนามเปลี่ยนจากอัฒจันทร์ยืนเป็นแบบนั่งทั้งหมด และนั่นเป็นการปิดฉากของอัฒจันทร์ สปิออน ค็อป อัฒจันทร์แบบยืนที่มีความยิ่งใหญ่แห่งหนึ่ง แต่อย่างไรก็ตาม ก็มีอัฒจันทร์ใหม่ขึ้นมาและใช้ชื่อว่า นิว ค็อป ซึ่งความหมายต่าง ๆ ยังคงเหมือนเดิม แม้ชื่ออัฒจันทร์จะเปลี่ยนไปแล้วก็ตาม นิว ค็อป ยังคงมีกลิ่นอายของประวัติเหล่านั้นอยู่เต็มเปี่ยม โดยปกติแล้วเมืองลิเวอร์พูลจะไม่ค่อยคึกคักเท่าไหร่ แต่ทว่าเต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายที่รายล้อมอยู่บนทุกๆที่ไม่ว่าจะถนนสายไหน